Grow up the way we are
เติบโตในแบบที่เราเป็น
_____________________________________________
แด่เช้าวันหนึ่งของปิดเทอมใหญ่เช้าที่มีเวลาสบายๆให้เราได้วิ่งพร้อมกับพ่อ
และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความปราถนาดีของพ่อผ่านเรื่องเล่าของต้นไม้3ต้น
ทุกเช้าหลังจากวิ่งเสร็จ
พ่อมักจะนำเรื่องราวที่พบเจอ จากการไปทำงาน การไปต่างจังหวัด
หรือข่าวมาเล่าและแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน แต่วันนี้พ่อไม่ได้เล่าอะไร
เพียงแต่เริ่มต้นด้วยการให้เราช่วยยกถังที่ใส่ต้นไม้ (ในใจก็คิดว่า ใช้ลูกสาวยกของอีกแล้ว 555 )
พ่อเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการถามเราว่า
ต้นไม้ในถังนี้ มีต้นอะไรบ้าง ในใจก็คิดว่า ต้องทดสอบความรู้เราแน่ๆ
แต่ที่รู้จักมีอยู่ต้นเดียวคือต้นมะลิ เพราะพอจะจำใบและดอกของมันได้ ส่วนอีก2ต้นที่เหลือ พ่อเฉลยว่ามันคือต้นยางนา
และต้นผักหวาน
พ่อสอนว่า
การที่เราจะปลูกต้นไม้เราต้องรู้จักธรรมชาติของมัน คนเราก็เช่นกันที่ต้องเรียนรู้ธรรมชาติของตนเองว่าเป็นอย่างไร
เติบโตได้ดีในสถานที่แบบไหน สภาพแวดล้อมแบบใด ที่สำคัญคือ
เมื่อเราตระหนักในธรรมชาติ ในคุณค่าของความเป็นเรา เราก็ต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
เราอาจจะเป็นต้นมะลิที่เติบโตท่ามกลางต้นยางนาที่สูงใหญ่
ต้นผักหวานที่มีใบอร่อย แล้วเราก็คิดว่า
เราเป็นแค่ต้นมะลิ
ต้นไม้เล็กๆถ้าเทียบกับต้นยางนา และต้นผักหวาน แต่จริงๆแล้วนั้น เราเป็นตั้ง
‘ต้นมะลิ’
คุณค่าของเราอาจไม่ได้อยู่ที่ความสูงใหญ่ หรือใบที่กินได้ แต่คุณค่าของเราคือการออกดอกที่หอมและสวยงาม
และเมื่อเราอยู่ท่ามกลางต้นยางนา และต้นผักหวาน
คุณค่าของเราก็ต่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
เป็นต้นมะลิที่ออกดอกหอม ให้คนนำไปบูชา
เป็นต้นยางนาที่สูงใหญ่ ให้คนนำไปใช้สอย
เป็นต้นผักหวานที่มีใบอร่อย ให้คนเก็บกิน
ทุกคนก็เป็นเหมือนต้นไม้ ต่างมีคุณค่าในแบบที่เราเป็น สิ่งที่ดีที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเราตระหนักในคุณค่าของตนเอง
รู้ว่าเราเป็นอะไร พอใจ
และเป็นให้ดีที่สุดในสิ่งนั้น ไม่ว่าเราจะเติบโตท่ามกลางสังคมที่ให้ค่ากับสิ่งใด
แต่คุณค่าของเราไม่เคยสูญหาย สิ่งดีๆเหล่านั้นจะยังคงอยู่ในตัวเรา
ทุกๆคนมีความสวยงามที่สุดแล้วอยู่ในตัวเอง
ขอให้เติบโตในแบบที่เราเป็นค่ะ :’)
แวะมาสมัครเป็นติ่ง
ตอบลบชอบวิธีการสอนของคุณพ่อจัง อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลย เขียนอีกเยอะๆนะ รอติดตามอยู่จ้า : )
ตอบลบชอบมากๆเลย ให้ข้อคิดดีมาก
ตอบลบ